XP Mold

โรงงานผู้ผลิตแม่พิมพ์พลาสติก ,รับฉีดพลาสติก,เป่าพลาสติก ,ขึ้นรูปพลาสติก ทุกชนิด รวมถึงงานปั๊มโลหะ คุยง่ายได้งานไว รับงานไม่เกี่ยงจำนวน (ชิ้นเดียวก็ทำ)

แม่พิมพ์ฉีดพลาสติก

แม่พิมพ์ฉีดพลาสติก

รับทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก
Read More
แม่พิมพ์เป่าพลาสติก

แม่พิมพ์เป่าพลาสติก

รับทำแม่พิมพ์เป่าพลาสติก เป่าลูกโป่ง เป่า prform เป่าแกลลอน
Read More
แม่พิมพ์แวคคั่ม

แม่พิมพ์แวคคั่ม

รับทำแม่พิมพ์vacuumforming ,Pressureforming งานแม่พิมพ์ตัด Punch-Die Cutting
Read More
ฉีดพลาสติก

ฉีดพลาสติก

รับฉีดพลาสติก,เป่าพลาสติก ,งานแวคคั่มพลาสติก
Read More

แม่พิมพ์แบบคาวิตี้แยก

แม่พิมพ์แบบคาวิตี้แยก

แม่พิมพ์แบบคาวิตี้แยก Spilt Cavity Mould



รูปแบบของชิ้นงานพลาสติกบางประเภท จำเป็นต้องออกแบบแม่พิมพ์พลาสติกให้ผนังด้านข้างทั้งหมดของคาวิตี้เลื่อนออก เพื่อปลดชิ้นงานออกจากคอร์ การออกแบบในลักษณะนี้ จำเป็นต้องใช้แม่พิมพ์คาวิตี้แยก หรือบางครั้งเรียกว่าแม่พิมพ์แบบแยก Spilt Mould ตัวอย่างเช่น กล่องที่ด้านนอกของผนังด้านข้างมีโครงและช่อง ดังเช่นกรณีของแม่พิมพ์ฉีดลังบรรจุขวด หากแรงประกบแม่พิมพ์ของเครื่องฉีดพลาสติกนั้นไม่เพียงพอ การออกแบบแม่พิมพ์แบบนี้จะช่วยให้แรงประกบแม่พิมพ์ในส่วนที่ต้องการ

แม่พิมพ์พลาสติกแบบคาวิตี้แยก

แม่พิมพ์พลาสติกแบบคาวิตี้แยก

ภาพด้านบนแสดงขั้นตอนการทำงานของแม่พิมพ์แบบแยก ตัวเลื่อนรูปลิ่มจะถูกล็อคด้วยโครง ซึ่งต้องมีขนาดพอที่จะทนต่อแรงดันในคาวิตี้ได้ โดยไม่ถ่างออก มิฉะนั้นจะเกิดครีบแลบขึ้น ตัวเลื่อนจะถูกนำเลื่อนไปตามร่อง T หรือร่องหางเหยี่ยว ความเอียงของตัวล็อคประมาณ 10-15 องศา ซึ่งจะใช้ได้ผลดีในทางปฏิบัติ มุมที่เล็กกว่านี้อาจนำไปสู่การอัดตัวเนื่องจากแรงประกบ หากมุมใหญ่เกินไปแรงประกบจะไม่พอ การล็อคเกิดจากแม่พิมพ์ส่วนที่อยู่ตรงกันข้าม ซึ่งสามารถทำเป็นผิวเอียงรับส่วนตัวเลื่อนที่ Read More

เกลียวพลาสติกด้านข้าง

การปลดเกลียวด้านข้าง

การปลดเกลียวพลาสติกด้านข้าง



ในงานออกแบบชิ้นส่วนพลาสติก ผู้ออกแบบโดยมากมักจะออกแบบให้ชิ้นงานพลาสติกสามารถผลิตได้โดยง่าย ทั้งในส่วนของแม่พิมพ์ที่ใช้ผลิต และกระบวนการฉีดชิ้นส่วนพลาสติก เนื่องจากหากชิ้นส่วนพลาสติกมีความซับซ้อนมาก จะทำให้ราคาแม่พิมพ์สูงขึ้น และยังต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างแม่พิมพ์ที่นานขึ้นตามไปด้วย หลังจากได้แม่พิมพ์ เมื่อนำไปทำการผลิตชิ้นงานพลาสติก ระยะเวลาฉีดสำหรับชิ้นงานพลาสติกที่ซับซ้อนมักจะนานกว่า ทำให้ราคาฉีดสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่ในบางครั้งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการออกแบบชิ้นส่วนพลาสติกที่ซับซ้อนได้ ก็จำเป็นต้องสร้างแม่พิมพ์เพื่อให้สามารถผลิตได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

แม่พิมพ์แบบมีเกลียวด้านข้าง

แม่พิมพ์แบบมีเกลียวด้านข้าง

การทำเกลียวในชิ้นส่วนพลาสติกเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เนื่องจากทิศทางในการเปิดแม่พิมพ์มีทิศทางเดียว แต่การปลดเกลียว(ในกรณีนี้พูดถึงการทำเกลียวใน) จำเป็นต้องใช้การเคลื่อนที่ 2 ทิศทาง(การหมุนและการเคลื่อนที่ตามแนวแกน)  ผู้ออกแบบแม่พิมพ์จึงต้องจัดทำระบบกลไก เพื่อให้เกิดการหมุนและเลื่อนไปตามแนวแกนพร้อมกันในขณะที่ทำการเปิดแม่พิมพ์ ตามภาพด้านบน เมื่อแม่พิมพ์เปิดจะมีแกนเลื่อนเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่เป็นแนวนอน Read More

ชิ้นงานพลาสติกที่มี undercut ภายใน

collapsible-core-resize

ชิ้นส่วนพลาสติกที่มี Undercut ภายใน



การออกแบบชิ้นส่วนพลาสติกโดยส่วนใหญ่ ถ้าเป็นไปได้ผู้ออกแบบควรหลีกเลี่ยง การทำบ่าหรือเขี้ยวล็อคไว้ภายในชิ้นงาน เนื่องจากในการผลิตแม่พิมพ์พลาสติก จุดที่เป็นบ่าหรือเขี้ยวล็อคนี้ ต้องทำการออกแบบระบบกลไก เพื่อใช้ปลดชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์ ทำให้แม่พิมพ์มีราคาสูงขึ้น

ในกรณีที่จำเป็นต้องออกแบบให้มีบ่าล็อคภายใน ตามภาพด้านล่าง เป็นตัวอย่างชิ้นงานที่มี undercut ภายในที่ผนังของทั้งสองด้านตรงข้ามกัน โดยทั่วไปสามารถปลดได้ด้วยคอร์ที่ยุบได้ (Collapsible core) ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนที่มีผิวเอียงหลายชิ้น ดันให้อยู่ในตำแหน่งด้วยแกนกลางที่ทำเป็นเรียวและเลื่อนด้วย angle pin อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ไม่เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็กซึ่งใช้คอร์แยก (split core)ที่มีความแข็งแรงกว่า

Collapsible Core คอร์แบบยุบตัวได้

Collapsible Core คอร์แบบยุบตัวได้

งานฉีดพลาสติกงอโค้งที่มีสาเหตุจากความแตกต่างของการหดตัว

การหดตัวที่ไม่เท่ากัน

งานฉีดพลาสติกงอโค้งที่มีสาเหตุจากความแตกต่างของการหดตัว



ในงานฉีดพลาสติก การหดตัวที่ไม่เท่ากันในทิศทางการไหลและทิศทางตั้งฉากกับการไหล จะทำให้ชิ้นงานมีโอกาสงอโค้ง และถ้ารูปร่างของชิ้นงานไม่มีความแข็งแรงเพียงพอ ก็จะเกิดการเสียรูปได้ ในกรณีที่ชิ้นงานฉีดเป็นแผ่นอย่างง่ายๆ โดยฉีดเข้าที่ gate ซึ่งกว้างเต็มแผ่น ดังภาพที่1 ทิศทางการไหลและทิศทางที่ Orientation เกิดมากที่สุด จะอยู่ขนานกับด้านข้างของชิ้นงาน เมื่อชิ้นงานเย็นตัวลงการหดตัวตามความยาวของชิ้นงานจะมีมากกว่าการหดตัวตามความกว้าง แต่เนื่องจากผลที่เกิดไม่มีความเค้นภายในชิ้นงานจึงไม่เกิดการบิดงอ

การหดตัวที่ไม่เท่ากันในงานฉีดพลาสติก

การหดตัวที่ไม่เท่ากันในงานฉีดพลาสติก

ในกรณีของชิ้นงานรูปจานกลม ดังภาพที่2 เข้า gate ตรงกลางจุด O การหดตัวมากที่สุดจะอยู่ตามเส้นทางการไหล OA,OB การหดตัวตามเส้นตั้งฉากกับการไหล PC,PD จะน้อยกว่าและทำให้มีเนื้อพลาสติกเกินมาในแนวเส้นรอบวงของชิ้นงาน จึงมีความพยายามที่จะปรับตัว ให้เหมากับเส้นผ่าศูนย์กลางของจานที่ลดลงไป ซึ่งเป็นไปได้เมื่อชิ้นงานเกิดการงอโค้ง การเปลี่ยนสภาพการฉีดเพื่อลด Orientation จะลดความแตกต่างของการหดตัว ขณะที่การเปลี่ยนเกรดของพลาสติกไปเป็นเกรดที่มี Orientation น้อย และความแตกต่างของการหดตัวน้อย จะช่วยลดการงอโค้งได้ การใช้พลาสติกที่น้ำหนักของโมเลกุลน้อย Read More

แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกแบบ Lateral film Gate

lateral film gate

Lateral film Gate ทางเข้าน้ำพลาสติกแบบแผ่นฟิล์ม



เพื่อให้สามารถฉีดแม่พิมพ์แบบคาวีตี้เดียวได้โดยไม่ต้องทำ runner ให้เยื้องออกไป และไม่เกิดผลเสียจากการวางตำแหน่งคาวีตี้เยื้องศูนย์ วิธีที่ดีที่สุดคือ การฉีดเข้าที่ parting line โดยตรง ซึ่งทำได้โดยใช้เครื่องฉีดพลาสติกที่ติดตั้งชุดฉีดที่สามารถหมุนได้ 90องศา การใช้เครื่องฉีดแบบนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับการฉีดชิ้นงานแบนใหญ่ ซึ่งจะได้ชิ้นงานที่เกือบจะไม่มีความเค้นเลย ถ้าไม่สามารถฉีดพลาสติกผ่านทาง parting line ได้ เพราะชุดฉีดหมุนไม่ได้(ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้) ต้องฉีดเข้าคาวีตี้จากกึ่งกลางแม่พิมพ์ หมายถึงแม่พิมพ์รับแรงไม่สมดุลย์ และถูกดันแยกออกมาได้ที่ผิวแบ่ง ( Parting line) เนื่องจากการวางตำแหน่งคาวีตี้ไม่สมมาตร จึงควรทำแม่พิมพ์เป็น 2 คาวีตี้ ซึ่งแรงในแม่พิมพ์สามารถจัดให้สมดุลย์ได้

ภาพด้านล่างแสดงแม่พิมพ์แบบคาวีตี้เดียว ที่มี Lateral film gate จุดศูนย์กลางของ sprue อยู่ที่จุดศูนย์กลางของเครื่องฉีดพลาสติก ดังนั้น คาวีตี้จึงอยู่เยื้องศูนย์ของเครื่องฉีด วิธีการนี้จะยังสามารถฉีดชิ้นงานออกมาได้ แต่สภาพของแรงที่เกิดขึ้นจะเป็นผลเสียต่อแม่พิมพ์และเครื่องฉีด

ทางเข้าน้ำพลาสติกแบบฟิลม์

ทางเข้าน้ำพลาสติกแบบฟิลม์

Injection and Holding Pressure,Injection speed แรงดันฉีดและแรงดันตาม

injection-holding

แรงดันฉีดและแรงดันตาม,ความเร็วฉีด



แรงดันฉีดและแรงดันตาม รวมทั้งความเร็วฉีดที่ต้องใช้ จะขึ้นอยู่กับชนิดของพลาสติกที่ใช้ฉีด,สภาพของการฉีด แรงดันฉีดและแรงดันตามจะตั้งให้เท่ากับแรงดันไฮดรอลิกส์ แรงดันตามต้องมากพอเพื่อที่จะฉีดพลาสติกเข้าสู่คาวิตี้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่เกิดการยุบ (sinkmark) แรงดันนี้อาจจะแตกต่างกันสำหรับแม่พิมพ์ชุดเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความเร็วฉีด อุณหภูมิของน้ำพลาสติก และรูปร่างของหัวฉีด
ความเร็วฉีดต้องสัมพันธ์กับขนาดและรูปร่างของชิ้นงาน และควรมีความเร็วสูง แรงดันฉีดต้องสูงพอที่จะแน่ใจได้ว่า คสามเร็วฉีดจะไม่ลดต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ระหว่างกระบวนการฉีดทั้งหมด ถ้าความเร็วฉีดลดลงไปเรื่อยๆจนถึงสิ้นสุดการฉีด แสดงว่าแรงดันฉีดต่ำเกินไป หรือความเร็วฉีดสูงเกินไป ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเปลี่ยนไปให้แรงดันในช่วงเวลาที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการเกิด Overpacking ในคาวิตี้ของแม่พิมพ์

ชุดกระทุ้งในแม่พิมพ์พลาสติก Ejector Assembly

Ejector Assembly ชุดกระทุ้งปลดชิ้นงานในแม่พิมพ์



ชุดกระทุ้งปลดชิ้นงานจะประกอบไปด้วย แผ่นกระทุ้ง (Ejector plate) แผ่นยึด (Retainer plate) ตัวหยุด (Stoper) และกลไกดันกลับ ทั้งหมดเป็นชุดกระทุ้ง ถ้าเข็มกระทุ้งหลายอันดันชิ้นงาน จะต้องดันพร้อมกัน ดังนั้นจึงต้องประกอบอยู่กับแผ่นกระทุ้ง เข็มกระทุ้งที่ดันออกไปก่อน จะทำให้ชิ้นงานงอและขัดอยู่ในแม่พิมพ์ เข็มกระทุ้งจะใส่อยู่กับแผ่นยึดซึ่งติดกับแผ่นกระทุ้งด้วยสกรู แผ่นนี้จะทำงานโดยสลักที่ต่อกับระบบกระทุ้งของเครื่องฉีด ตัวหยุดจะจำกัดระยะเลื่อนของชุดกระทุ้ง ในระหว่างปลดชิ้นงาน

การประกอบเข็มกระทุ้งกับแผ่นยึด ต้องทำแบบหลวมๆ พอให้ขยับทางด้านข้างได้ เพื่อให้เข็มกระทุ้งปรับแนวเข้ากับรูที่แม่พิมพ์ บางครั้งแผ่นกระทุ้งถูกชุบแข็งจนหัวเข็มกระทุ้งไม่สามารถกดให้ยุบลงไปได้ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการขัดได้ ดังนั้นชุดกระทุ้งขนาดใหญ่จะมีสลักนำ (Leader pin) ตามภาพด้านล่าง ส่วนชุดกระทุ้งขนาดเล็ก อาจนำเลื่อนด้วยเข็มดันกลับ (Return pin) เมื่อเริ่มต้นปลดชิ้นงานแรงกระทุ้งทั้งหมดจะรวมอยู่ที่ศูนย์กลางของแผ่นกระทุ้ง แผ่นนี้จึงต้องแข็งแรงพอที่จะไม่ถูกดันจนแอ่น เมื่อแม่พิมพ์ปิดชุดกระทุ้งต้องกลับเข้าสู่ตำแหน่งเริ่มต้นโดยเข็มไม่ได้รับความเสียหายจากส่วนของแม่พิมพ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งทำได้โดยใช้เข็มดันกลับ,สปริง,กลไก toggle เป็นตัวนำเลื่อนสำหรับแผ่นกระทุ้ง

โดยปกติชุดกระทุ้งจะอยู่ที่ตำแหน่งศูนย์กลางของแม่พิมพ์ และเลื่อนอยู่ในที่ว่างแคบๆภายในแม่พิมพ์ ในแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ช่องว่างนี้อาจมีขนาดกว้างมีโอกาสที่จะทำให้แผ่นคอร์แอ่นได้ ซึ่งสามารถป้องกันโดยใช้เสาค้ำ

ejector-plate-guide

ejector-plate-guide

การฉีดชิ้นงานโดยไม่มีทางวิ่งน้ำพลาสติก Runnerless Moulding

Runnerless Moulding การฉีดชิ้นงานโดยไม่มีทางวิ่งน้ำพลาสติก



สำหรับการฉีดชิ้นงานโดยไม่มี runner จะต่อหัวฉีดเข้าไปถึงชิ้นงาน พลาสติกจะฉีดผ่าน Pin-Point gate ผิวหน้าของหัวฉีดจะเป็นส่วนหนึ่งของผิวคาวิตี้ เป็นสาเหตุให้เกิดรอย gate (ผิวด้านและจะเป็นรอยคลื่น) ดังนั้นหัวฉีดควรมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-12 มม. เนื่องจากหัวฉีดสัมผัสกับแม่พิมพ์ที่เย็นกว่าในระหว่างการฉีดและให้แรงดันตาม วิธีการนี้จึงใช้ได้กับชิ้นส่วนที่มีผนังบาง และฉีดติดต่อกันอย่างรวดเร็วไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อนาที เพื่อป้องกันพลาสติกที่หัวฉีดแข็งตัว ซึ่งหัวฉีดจะถูกทำให้ร้อนจากการนำความร้อน การฉีดแบบนี้จึงมีข้อจำกัดในการใช้งาน

การฉีดชิ้นงานโดยไม่มี runner นี้ ปัจจุบันได้พัฒนาไปเป็นระบบที่พลาสติกภายใน runner และ gate คงระดับอุณหภูมิที่จะใช้ฉีดไว้ตลอดเวลา ด้วยการให้ความร้อน เช่น แม่พิมพ์ที่มี runner หุ้มฉนวน และ hot runner เป็นต้น

มุมปลดชิ้นงานพลาสติก Taper

มุมสำหรับปลดชิ้นงานพลาสติก Injetion Mould Taper



เพื่อให้ง่ายต่อการปลดชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์ ผิวด้านนอกและผิวด้านในของชิ้นงาน รวมทั้งโครงหูที่ใช้ในการจับยึดและร่อง จะมีผนังเอียงในทิศทางเปิดของคาวีตี้ ชิ้นส่วนเลื่อน (Slide) สำหรับผิวที่เกี่ยวข้อง ก็ใช้หลักการเดียวกัน

Taper สำหรับ Polyolefine และ Polyacetal ควรมีขนาดประมาณ 0.5 ถึง 3 องศา สำหรับชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ ในกรณีของ Polystyrene ซึ่งแข็งกว่า ควรมีมุมลาดเอียงไม่น้อยกว่า 1.5 องศา ขนาดของ Taper จะขึ้นอยู่กับรูปร่างของชิ้นงาน ความหนาของผนังและอุณหภูมิปลดชิ้นงาน (ความอ่อนตัวขณะที่ปลด) ขนาดของ Taperที่น้อย จะต้องใช้แรงปลดที่มาก

ถ้าใช้แม่พิมพ์แบบแยก (Split Mould) ในการฉีดพลาสติกพวก Polyolyfin ไม่ต้องมีผนังเอียง หากการออกแบบระบบปลดชิ้นงานเป็นไปอย่างถูกต้อง

จากภาพด้านล่าง ทำให้สามารถหาค่า Conicity(K) สำหรับชิ้นงานที่กำหนดความสูง และมุมลาดเอียง (Draft Angle)ต่างๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าความสูง 25 มม. และมี Taper 1 องศา ค่า Conicity คือ 0.43 มม.

taper-mould

taper-mould

 

หลักการหล่อเย็นแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก

หลักการหล่อเย็นแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก



อัตราการแลกเปลี่ยนความร้อน ระหว่างพลาสติกที่ฉีดชิ้นงานกับแม่พิมพ์ เป็นปัจจัยที่มีผลในเรืื่องของความประหยัดของแม่พิมพ์ ความร้อนที่นำ้พลาสติกนำเข้ามานั้นต้องระบายออกจากเนื้อพลาสติก จนชิ้นงานมีสภาวะเย็นตัวพอที่จะปลดออกมาได้ เวลาที่ต้องใช้เพื่อให้บรรลุถึงสภาวะเช่นนี้ก็คือเวลาในการหล่อเย็น (Cooling Time) ปริมาณความร้อนที่จะนำออกจากชิ้นงานขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำพลาสติก อุณหภูมิปลดชิ้นงาน และความร้อนจำเพาะของพลาสติกแต่ละชนิด

คุณภาพของชิ้นงาน ขึ้นอยู่กับความคงที่ของการควบคุมอุณหภูมิในแต่ละรอบ ประสิทธิภาพของการแลกเปลี่ยนความร้อนในแม่พิมพ์ จะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพของการผลิต แม่พิมพ์จะต้องถูกทำให้เย็นหรือร้อน ก็ขึ้นอยู่กับพลาสติกที่ใช้ (เทอร์โมพลาสติกหรือเทอร์โมเซ็ท) อุณหภูมิผิวนอกของแม่พิมพ์และสภาพแวดล้อม กระบวนการหล่อเย็นในแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก จะอาศัยหลักการแลกเปลี่ยนความร้อนดังนี้

-การนำความร้อน (การถ่ายเทความร้อนภายในเนื้อพลาสติกและเหล็ก)

-การพาความร้อน (การถ่ายเทความร้อนโดยของเหลวหรือก๊าซ พาความร้อนจากของแข็งหรือกลับกัน)

-การแผ่รังสี (การถ่ายเทความร้อนในรูปเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า)

การออกแบบระบบหล่อเย็นมักถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ผู้ออกแบบแม่พิมพ์ไม่ค่อยให้ความสำคัญในการกำหนดขนาดและการจัดวางช่องหล่อเย็น และปล่อยใหช่างแม่พิมพ์ทำตามที่เห็นสมควร

ระบบหล่อเย็นที่มีขนาดใหญ่เกินไป อาจนำไปสู่สภาพความเค้นที่มองไม่เห็นในชิ้นงานขนาดเล็กหรือการโก่งงอในชิ้นงานขนาดใหญ่ และถึงขั้นร้าวในชิ้นงานขนาดใหญ่ที่มีผนังบาง เนื่องจากการเย็นตัวเร็วเกินไป ขณะที่การหล่อเย็นที่ไม่เพียงพอจะทำให้รอบการฉีดนานขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ค่าใช้จ่ายในการฉีดพลาสติกสูงขึ้น